หมายจับเบี้ยวใบสั่ง งัดกฎหมายเอาผิดซ้ำซาก แตกตื่นจนเป็นประเด็นร้อน

หมายจับเบี้ยวใบสั่ง

แตกตื่นจนเป็นประเด็นร้อน “ตำรวจ งัดยาแรงเสนอออกหมายจับผู้ทำผิดกฎจราจร” ที่มักเบี้ยวจ่ายค่าปรับใบสั่ง “ประเดิมกรุงเทพฯพื้นที่แรก” เป็นแนวทางบังคับใช้กฎหมายมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

เพื่อให้ “ผู้ขับขี่มีวินัยเคารพกฎหมายจราจร” ลดการสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนที่เกิดจาก “อุบัติเหตุทางถนน” เรื่องนี้กลายเป็นกระแสตีกลับถูกวิจารณ์ถล่มทลายอย่างหนักเพราะขัดความรู้สึก สังคมมองว่า “คดีใบสั่งเป็นความผิดเล็กน้อยกลับถูกออกหมายจับ” เสมือนกำลังตีตราดูเป็นคดีร้ายแรง imiwin

ต้องถูกตำรวจจับกลายเป็น “คนมีประวัติอาชญากรรม” ไม่สามารถทำนิติกรรม สมัครงาน หรือเดินทางไปต่างประเทศได้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือไม่นี้ คมเพชญ จันปุ่ม ประธานเครือข่ายทนายชาวบ้าน มองว่า

ทว่า “พ.ร.บ.จราจรฯก็เป็นกฎหมายมีโทษทางอาญา” ที่ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องรับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้โดย “เจ้าพนักงานจราจร” พบเห็นสามารถว่ากล่าวตักเตือน หรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ชำระค่าปรับตาม ม.140 แล้วในทางปฏิบัติการออกใบสั่งนี้มีอยู่ 2 ประเภท กล่าวคือ…

ประเภทแรก…“ใบสั่งเขียนด้วยมือ” อันเกิดจากเจ้าพนักงานจราจรพบการกระทำผิดโดยเหตุซึ่งหน้าสามารถออกใบสั่งตามความผิดนั้นให้ผู้ขับขี่ หรือติด ผูก แสดงไว้ที่รถ เพื่อดำเนินการชำระค่าปรับภายใน 7 วัน

ประเภทที่สอง…“ใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์” เป็นใบสั่งแบบเจ้าพนักงานจราจรพบการกระทำผิดโดยใช้เครื่องอุปกรณ์ เช่น กล้องสามารถจับภาพได้เป็นหลักฐานโดยมีข้อมูลหมายเลขทะเบียนรถที่กระทำผิดกฎหมายจราจรในขณะนั้น แล้วส่งสำเนาใบสั่งไปโรงพักที่เกิดเหตุจัดเข้าระบบ PTM : Police Ticket Management

ตามนโยบายการบริหารจัดการระบบใบสั่งจราจรภายใต้ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ทำให้ใบสั่งแบบใหม่มักต้องมีเครื่องหมาย PTM ที่สามารถชำระค่าปรับผ่านธนาคาร หรือตัวแทนรับชำระเงินที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้ เพื่อลดการเผชิญหน้าการต่อรองของผู้กระทำผิดกับตำรวจ และปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่บางคนกระทำผิดโดยมิชอบ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*