สาวออฟฟิศ ผวา! โดน ปาหิน ใส่รถกลางกรุง กระจกแตก-เพื่อนมาด้วยเจ็บ

สาวออฟฟิศ ผวา ถูกมือดี ปาหิน ใส่รถกลางกรุง ย่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คาดคล้ายยิงหนังสติ๊ก เพื่อนนั่งมาด้วยเจ็บ 1 ด้าน ตำรวจเร่งเช็กวงจรปิด

วันที่ 18 ธ.ค.2565 ร.ต.ท.ชนายุส พุทลา รองสารวัตร(สอบสวน) สน.สำราญราษฎร์ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ถูกปาหินกระจกรถแตก บริเวณวงเวียนอนุสสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าร้านแมคโดนัลด์ท ถนนราชดำเนิน แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ชนะสงคราม

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแอสทราจ ทะเบียน 3กฉ-1466 กรุงเทพมหานคร สภาพกระจกรถยนต์ด้านหลังฝั่งซ้ายมีรอยแตกร้าว ภายในรถมีก้อนหิน ขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ตกอยู่ที่เบาะนั่งด้านหน้าข้างคนขับ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียหายและเจ้าของรถชื่อ น.ส.ไปรยา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ Xoslot

น.ส.ไปรยา กล่าวว่า ตนทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ ช่วงเกิดเหตุระหว่างขับรถมาถึงวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อเดินทางกลับบ้าน จู่ ๆ ก็มีเสียดังมาจากด้านหลังรถข้างซ้าย ครั้งแรกคิดว่ายางระเบิดหรือขับรถไปเหยียบขวด จึงได้หยุดรถบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์และเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยตรวจสอบ จนพบว่า มีก้อนหินอยู่ภายในรถของตัวเอง กระจกแตกบาดขาเพื่อนที่นั่งมาด้วยบาดเจ็บเล็กน้อย

น.ส.ไปรยา กล่าวต่อว่า จึงเดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำไว้เพื่อเอาไปเคลมประกันก่อน อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่อยู่ห่างจากฟุตบาท ถ้ามีคนนั่งหรือโดนมาที่ข้างหน้าคนขับ และคนที่นั่งด้วยอาจจะทำให้เกิดเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ ด้วยความเร็วขนาดนั้นคาดว่าอาจจะใช้หนังสติ๊กยิงเข้ามาใส่ ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่าเกิดจากบุคคลกระทำผิดหรือเกิดจากอุบัติเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบกรณีดังกล่าวแล้ว และสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสน.สำราญราษฎร์ พิสูจน์ทราบผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยหาพยานหลักฐานจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบทั้งหมด พร้อมสั่งการให้ฝ่ายสอบสวนสน.สำราญราษฎร์ ติดตามผู้เสียหายเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ทศพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ จะเร่งรัดตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายและอันตรายจากเหตุลักษณะดังกล่าวอีก