งานลูกชิ้นยืนกิน ‘ลิช่า’ ช่วยแม่ค้า

ลิซ่าช่วยแม่ค้า

พรุ่งนี้เริ่มแล้ว ‘งานลูกชิ้นยืนกิน’ บุรีรัมย์ แม่ค้าถึงกับร้องไห้ ได้ ‘ลิช่า’ ช่วยพ้นวิกฤต หลังเจอโควิดจนทรุด จากยอดขายวันละหมื่นเหลือหลักร้อย

วันที่ 16 ก.ย.64 ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ จนท.สาธารณสุขจังหวัด ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันวางมาตรการ การจัดงานลูกชิ้นยืนกิน ประจำปี 2564 ที่จะจัดขึ้น ในวันที่ 17-23 ก.ย.นี้ โดยมีการวางกรอบด้านความปลอดภัย และการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด ให้นักท่องเที่ยวได้มั่นใจถึงความปลอดภัย มีการแบ่งโซนผู้ที่ได้รับวัคซีนมาแล้วกลับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงมาตรการเข้มสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด และความปลอดภัยรอบด้าน

นางกัญญารัตน์ ท่วมไธสง ผอ.ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เริ่มจัดงานลูกชิ้นยืนกินเมื่อปี 2560 เป็นต้นมา ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 4 ของการจัดงานลูกชิ้น แต่ปีนี้จัดเร็วขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสลิซ่า อยากกินลูกชิ้นกำลังฟีเวอร์ อยู่ในขณะนี้ โดยงานจะเริ่มเปิดในเวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ทำให้ธุรกิจลูกชิ้นยืนกิน ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของชาวบุรีรัมย์ มายาวนาน ฟื้นตัวได้เพียงข้ามคืน คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดเดินทางมาเที่ยวงานนี้เป็นจำนวนมาก และคาดว่าน่าจะมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา

น.ส.อรุณศรี กำเนิดกลาง อายุ 38 ปี เจ้าของร้านลูกชิ้น “ยายภา” หนึ่งใน 10 เจ้าของลูกชิ้นยืนกินบนสถานีรถไฟบุรีรัมย์ กล่าวว่า ตั้งแต่โรคโควิดเข้ามาครั้งแรก บุหรี่ไฟฟ้า ยอดขายตกฮวบ จากที่เคยได้ยอดขายต่อวันไม่น้อยกว่า 10,000 บาท กลับมาเหลือหลักพัน และหลักร้อยตามลำดับ

ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน แม่ค้าแต่ละคน โดยเฉพาะครอบครัวของตนกอดคอกันร้องไห้เพราะไม่มีที่ไป หลังจากน้องลิซ่า ออกมาพูดเพียงคำเดียวว่า “อยากกินลูกชิ้นยืนกินกับน้ำจิ้มสูตรน้ำพริกเผาที่บุรีรัมย์” เพียงข้ามคืนชีวิตเปลี่ยนไปราวฟ้าดิน

มีลูกค้าต้องการเดินตามรอยลิซ่า หลั่งไหลกันมาซื้อลูกชิ้นที่นี่ ทั้งสั่งออนไลน์ และนั่งรถมายืนกิน และซื้อติดมือไป ลูกค้ามาจากหลายจังหวัด ไกลสุดจังหวัดสงขลา และระนอง ที่ตั้งใจมาซื้อลูกชิ้นที่บุรีรัมย์ บางรายแต่งตัวแบบลิซ่า มาซื้อแล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

น.ส.อรุณศรี กล่าวทั้งน้ำตาว่า ครั้งที่ขายไม่ได้เพราะโรคโควิด-19 น้ำตานองไปแล้ว มาถึงตอนนี้น้ำตากลับมาไหลอีกครั้งแต่เป็นน้ำตาที่ปราบปลื้มดีใจ ที่น้องลิซ่า ไม่ลืมบ้านเกิด พูดไม่กี่คำทำให้แม่ค้าลูกชิ้นกล้าลุกขึ้นมาต่อสู้อีกครั้ง